บันทึก

ความทรงจำไม่ใช่อดีต

📝 Journal

ทุกครั้งที่เรานึกถึงอดีต เราอาจกำลังสร้างอดีตขึ้นมาใหม่โดยไม่รู้ตัว

เมื่อเช้าคุยกับเพื่อนเรื่องทองคำ คุยไปคุยมา จู่ ๆ ก็นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา

National Geographic ฉบับ October 1996

ผมเคยอ่านมันตอนอายุประมาณ 10 ขวบ แล้วเชื่อมาตลอดว่าเรื่องในเล่มเป็นแบบนี้

ในความเข้าใจของคนแอฟริกันตอนนั้น ทองคำมีอยู่เยอะ เอาไว้ทำเครื่องประดับ ใช้ในพิธี และอยู่ในชีวิตประจำวัน จนคนจากโลกตะวันตกเดินทางเข้ามา แล้วมองทองคำคนละแบบ พวกเขานำสินค้ามาแลก เพื่อเอาทองคำกลับออกไป

ผมจำได้ว่าเล่มนี้เคยผ่านมือผม หลังจากนั้นก็ไม่ได้คิดถึงมันอีกเลย นานเกือบ 30 ปี จนกระทั่งเช้าวันนี้ และผมก็ยังเชื่อว่านั่นคือเรื่องที่เคยอ่าน

ผมลองค้นหา แล้วพบว่ามันคือ National Geographic ฉบับ October 1996 จริง ๆ บนปกมีภาพหญิงชาวแอฟริกันสวมเครื่องประดับทองคำ มีข้อความตัวใหญ่ว่า AFRICAN GOLD ภาพโดย Carol Beckwith และ Angela Fisher ดูได้ที่ หน้าขายเล่มนี้

พอเห็นภาพปกอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างก็กลับมา ผมเลยกลับไปอ่านอีกที

เรื่องที่ผมเชื่อว่าตัวเองอ่านไว้ ไม่ตรงกับสิ่งที่อยู่ในเล่ม หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย


เรามักคิดว่าความทรงจำทำงานคล้ายวิดีโอ เรื่องเกิดขึ้น ถูกบันทึกไว้ในสมอง พอนึกถึงก็เปิดไฟล์เดิมขึ้นมาดู

แต่ความจริงอาจไม่ใช่แบบนั้น

นักจิตวิทยา Frederic Bartlett เคยศึกษาเรื่องนี้ แล้วเสนอแนวคิดที่เรียกว่า Reconstructive Memory ไว้ในหนังสือ Remembering ปี 1932 ความทรงจำไม่ได้เป็นแค่การดึงของที่เก็บไว้กลับมา แต่มันสร้างเรื่องขึ้นใหม่จากเศษที่ยังเหลือ ผสมกับความรู้ ความเชื่อ และประสบการณ์ที่เรามีอยู่ในตอนนี้

ทุกครั้งที่นึกถึงอดีต เราอาจกำลังสร้างอดีตขึ้นมาใหม่โดยไม่รู้ตัว

รายละเอียดบางอย่างหายไป บางอย่างถูกเติมเข้ามา และบางอย่างความหมายอาจเปลี่ยนไปจากเดิม

ที่น่าสนใจคือ เราอาจไม่รู้สึกเลยว่ากำลังปรุงแต่งความทรงจำของตัวเอง เรากลับมั่นใจว่าสิ่งที่จำได้นั้นเป็นเรื่องจริง


ลองคิดดู เด็กอายุ 10 ขวบที่อ่านเล่มนี้ กับผู้ใหญ่ที่กำลังนึกถึงมันวันนี้ เป็นคนเดียวกันก็จริง แต่ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองต่อโลกคนละเรื่องกันมาก

เด็กคนนั้นอาจอ่านด้วยความตื่นเต้น เห็นผู้คน วัฒนธรรม และที่ที่ไม่เคยเจอ

ส่วนผมวันนี้ เอาความรู้เรื่องเศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ การค้า และอำนาจที่สะสมมา 30 ปี ไปใส่ในความทรงจำวันนั้น จนเรื่องที่ไม่มีอยู่ในเล่ม กลายเป็นเรื่องที่ผมมั่นใจว่าเคยอ่าน


เลยคิดต่อไปถึงความทรงจำเรื่องอื่น

เรื่องที่เคยทะเลาะกับใครสักคน เรื่องที่เคยผิดหวัง เรื่องที่เคยมีความสุข หรือเรื่องของคนที่เคยรัก

เวลาผ่านไป เรายังจำเหตุการณ์ได้ แต่รายละเอียดและความหมายอาจไม่เหมือนเดิมแล้ว

เราอาจจำตัวเองในอดีตว่าเป็นฝ่ายถูก จำอีกฝ่ายว่าเป็นคนที่ทำให้เจ็บ หรือจำเหตุการณ์หนึ่งว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต

แต่สิ่งที่จำได้ อาจไม่ใช่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

มันอาจเป็นแค่เรื่องเล่าฉบับหนึ่ง ที่ประกอบจากความทรงจำ ความรู้สึก และประสบการณ์ของคนที่เราเป็นวันนี้

แล้วเราก็เชื่อเรื่องนั้น จนไม่ค่อยได้ตั้งคำถามกับมัน


ถ้าความทรงจำเปลี่ยนได้เรื่อย ๆ แล้วตัวตนที่เราเชื่อว่าเป็นเราวันนี้ล่ะ

ส่วนหนึ่งของตัวตนอาจมาจากเรื่องในอดีตที่เราเล่าให้ตัวเองฟังซ้ำ ๆ

เราเป็นแบบนี้ เพราะเคยผ่านเรื่องนั้นมา

เราเลือกแบบนี้ เพราะเคยเรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนั้น

แต่พอเป็นเล่มนี้ เรื่องที่ผมจำได้ไม่ตรงกับสิ่งที่อยู่ในหน้ากระดาษ มันจะเปลี่ยนความเข้าใจที่ผมมีต่อตัวเองไปมากแค่ไหน

ผมยังไม่มีคำตอบ

บางทีเราไม่ได้จดจำอดีตอย่างที่มันเคยเกิดขึ้น

เราจดจำเรื่องที่เราสร้างขึ้นเกี่ยวกับอดีต แล้วเรียกมันว่าความทรงจำ